[x] ปิดหน้าต่างนี้
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป   
English Thai     
ค้นหา   
เปิดเคล็ดลับ! ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แบบไหนใช้ธูปกี่ดอก...? (25 ก.พ. 2561, 13:05) อธิบดี สถ.แจงการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วม ช่วยเหลือ ปชช.ของ อปท.(25 ก.พ. 2561, 12:52) ‘ศรีสะเกษ’ ไม่หวั่นหน้าไหน! ประกาศลั่นไฟต์หน้าเจอใครก็ได้(25 ก.พ. 2561, 12:50) กระบะใช้สลิงกระชากตู้เอทีเอ็มเมืองกระบี่ สุดท้ายไม่ได้เงินรีบขับหนี (คลิป)(25 ก.พ. 2561, 12:31) สถ.-หน่วยสันติภาพอเมริกา ร่วมขับเคลื่อนนโยบายส่งเสริมศักยภาพเยาวชนไทย(25 ก.พ. 2561, 12:31) 'ดุสิตโพล' ชี้ ปชช.ค้านตั้งพรรคหนุน 'บิ๊กตู่' สืบทอดอำนาจ(25 ก.พ. 2561, 12:29) ‘เจ้าแหลม ศรีสะเกษ’ ป้องกันแชมป์ไว้ได้สมศักดิ์ศรี พ่อแม่-คนไทยเฮลั่น!(25 ก.พ. 2561, 12:17) เฮทั้งประเทศ! 'ศรีสะเกษ' เฉือนแต้ม 'เอสตราดา' ป้องกันแชมป์สำเร็จ(25 ก.พ. 2561, 12:10) จับแล้วด.ต.ปืนโหด ยิงพ.ต.ท.พี่เขย หนีไปนั่งแทงไฮโลสบายใจ ยังปฏิเสธ(25 ก.พ. 2561, 11:46) ลดน้ำหนัก ไม่ใช่อดอาหาร! สุขภาพดีได้ด้วยวิธีเหล่านี้(25 ก.พ. 2561, 11:30) รู้จักนักบิดโมโตจีพี : โธมัส ลูติ พร้อมสู้ศึกสมัยแรก(25 ก.พ. 2561, 11:30) จุดจบสายรีด อ้างเป็นทหาร ไถเงินตายายเผาถ่าน อ้างทำผิดกฎหมาย (25 ก.พ. 2561, 11:06) ร้าวลึก! สื่อแฉ ‘มูรินโญ’ ชักหน่ายเอเย่นต์จอมแสบของ ‘ป็อกบา’ (25 ก.พ. 2561, 11:00) ยายวัย 73 ใช้เงินรับจ้างวันละร้อย เลี้ยง 9 ชีวิต น้อยใจไม่ได้บัตรคนจน(25 ก.พ. 2561, 11:00) ไม่ต้องผ่อน ไม่ต้องดาวน์! นำยาบ้าลาวมาแลก CBR 150 ยกลงเรือข้ามโขง (25 ก.พ. 2561, 10:49) พร้อมเชียร์ ‘เจ้าแหลม’! พ่อแม่ ญาติ เพื่อนบ้านส่งแรงใจป้องกันแชมป์โลก(25 ก.พ. 2561, 10:39) กิเลนไม่ยอม! เตรียมยื่นประท้วงเชิ้ตดำ เกมเฉือนแอร์ฟอร์ซ(25 ก.พ. 2561, 10:20) ตร.บุกรวบ นักเที่ยวเกือบ 40คน นัดกันมาจัดปาร์ตี้มั่วยาในโรงแรมดัง (25 ก.พ. 2561, 10:14) รถส่งน้ำแข็งหลับใน! พุ่งข้ามเลนอัดเก๋งสวนทางที่บางปะกง เจ็บรวม 3 ราย(25 ก.พ. 2561, 10:11) ชาวบ้าน 400 คน ค้านกรมศิลป์ประกาศเขตโบราณสถานเมืองพิมาย ชี้เดือดร้อน(25 ก.พ. 2561, 10:00)
เมนูหลัก
หน่วยงานภายในสำนักงาน

 ฝ่ายบริหารทั่วไป

 ฝ่ายยุทธศาสตร์สาธารณสุข

 ฝ่ายคุ้มครองผู้บริโภค

 ฝ่ายเวชปฎิบัติครอบครัว

 ฝ่ายสนับสนุนบริการสุขภาพ

ข้อมูลด้านสาธารณสุข

 ข้อมูลทรัพยากรด้านสาธารณสุข

 ข้อมูลสถานะสุขภาพ
 

รพ.สต.ในสังกัด

 รพ.สต.แก่งศรีโคตร

 รพ.สต.ช่องเม็ก

 รพ.สต.หัวสะพาน

 รพ.สต.นิคม2

 รพ.สต.คันเปือย

 รพ.สต.คันไร่

 รพ.สต.คำก้อม

ผลงานเด่นที่ผ่านมา
วาระประชุมประจำเดือน

 สสจ.อุบลราชธานี

 สสอ.สิรินธร ก.ค.59

ระบบงานออนไลน์

 ระบบรับ-ส่งข้อมูล

 ระบบแจ้งซ่อมคอมพิวเตอร์ออนไลน์

 ระบบหนังสือเวียน

 ระบบตรวจสอบหนังสือโครงการ

 ระบบภารกิจผู้บริหาร/ฝ่ายกลุ่มงาน

 ระบบจองห้องประชุมออนไลน์

 

 

 

 

ระบบรายงานที่สำคัญ

 ระบบ HDC กระทรวงสาธารณสุข

 ระบบ HDC จ.อุบลราชธานี

 ระบบ HDC โซน 3

 ระบบตรวจสอบจำนวน service

 ระบบตรวจสอบรายงาน KPI เขต 10

 ระบบตรวจสอบรายงาน KPI จ.อุบลราชธานี

 ระบบรายงานแพทย์แผนไทย

 ระบบสารสนเทศ NCD เขต 10

 ระบบสารสนเทศ NCD จังหวัดอุบลราชธานี

 ระบบตรวจสอบคุณภาพ OP ส่วนกลาง

 ระบบตรวจสอบคุณภาพ OP เขต 10

 ระบบรายงานมะเร็งท่อน้ำดี/พยาธิใบไม้ในตับ

Link หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

 กระทรวงสาธารณสุข

 สสจ.อุบลราชธานี

 สปสช.

 สปสช เขต10 อุบลราชธานี.

 สำนักงานประกันสังคม

 สำนักงาน กพ.

 สถาบันมะเร็งแห่งชาติ

 ศูนย์มะเร็ง อุบลราชธานี

 โรงพยาบาลสิรินธร

 กรมบัญชีกลาง

link ระบบรายงานออนไลน์
ฝากข้อความ
ชื่อ :
ข้อความ (ตัวแสดงอารมณ์)
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 4 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
  

  หมวดหมู่ : บทความทางวิชาการสาสุข
เรื่อง : ความรู้เกี่ยวกับโรคมือเท้าปากเปื่อย
โดย : admin
เข้าชม : 432
พุธ ที่ 2 เดือน มีนาคม พ.ศ.2559
A- A A+
        

โรคมือเท้าปากเปื่อยเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส พบได้บ่อยในทารกและเด็กเล็ก ทำให้มีอาการไข้ เป็นแผลในปาก มีตุ่มน้ำใสตามฝ่ามือ ฝ่าเท้า และลำตัว จัดเป็นโรคที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่อยู่ไม่น้อย

สาเหตุของโรคมือเท้าปากเปื่อย
โรคมือเท้าปากเปื่อยเกิดจากการติดเชื้อไวรัสในกลุ่มเอนเทอโรไวรัส ซึ่งมีมากกว่า 100 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรคที่พบได้บ่อย เช่น คอกซากีไวรัส เอ16 (coxsackievirus A16) และเอนเทอโรไวรัส 71 (enterovirus 71) กลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อยคือ เด็กทารกและเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ซึ่งมักมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กโต สำหรับผู้ใหญ่พบโรคนี้ได้บ้าง

การติดต่อของโรคมือเท้าปากเปื่อย
โรคมือเท้าปากเปื่อยสามารถติดต่อโดยตรงจากการสัมผัสกับสารคัดหลั่งจากจมูก ลำคอ น้ำลาย และน้ำจากตุ่มใส รวมถึงอุจจาระของผู้ป่วยที่มีเชื้ออยู่ และสามารถติดต่อโดยอ้อมจากการสัมผัสของเล่น พื้นผิวสัมผัสที่มีการปนเปื้อนของเชื้อ อาหารหรือน้ำดื่มที่ปนเปื้อนเชื้อ มือของผู้เลี้ยงดู โดยสถานที่ที่มักพบการระบาดของโรค ได้แก่ สถานรับเลี้ยงเด็กและโรงเรียนอนุบาล และช่วงที่มักมีการระบาดของโรคนี้คือ ช่วงฤดูฝนเข้าสู่ฤดูหนาว อย่างไรก็ดี โรคนี้ไม่ติดต่อจากคนสู่สัตว์หรือสัตว์สู่คน

ทั้งนี้ โรคนี้สามารถเป็นซ้ำได้อีก เนื่องจากภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้นในผู้ป่วยที่หายจากการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์หนึ่งๆ อาจไม่สามารถช่วยป้องกันการติดเชื้อจากไวรัสสายพันธุ์อื่นๆ ได้ แม้จะจัดอยู่ในกลุ่มย่อยของเชื้อไวรัสเดียวกัน

อาการและภาวะแทรกซ้อนของโรคมือเท้าปากเปื่อย
อาการเริ่มต้นของโรคมือเท้าปากเปื่อยจะคล้ายไข้หวัด คือ มีไข้ประมาณ 2-4 วัน และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ จากนั้นจะมีผื่นแดงอักเสบที่ลิ้น เหงือก และกระพุ้งแก้ม ต่อมาเกิดผื่นแดงที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า ในบางรายอาจพบที่ก้นด้วย โดยผื่นที่เกิดขึ้นเหล่านี้จะกลายเป็นตุ่มพองใสและแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ โดยส่วนใหญ่หากไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นอาการมักหายได้เองภายใน 7-10 วัน

อย่างไรก็ตาม โรคมือเท้าปากเปื่อยอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น เยื่อหุ้มสมองอักเสบ สมองอักเสบ อัมพาตกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ ไปจนถึงเสียชีวิตได้ โดยอาการแทรกซ้อนไม่สัมพันธ์กับจำนวนแผลในปากหรือตุ่มที่พบตามฝ่ามือฝ่าเท้า ในรายที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงอาจมีแผลไม่กี่จุดในลำคอหรืออาจมีตุ่มเพียงไม่กี่ตุ่มตามฝ่ามือฝ่าเท้าก็ได้ ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ควรดูแลลูกอย่างใกล้ชิดในช่วง 1-2 สัปดาห์แรก แม้จะดูว่าผื่นและแผลในปากหายไปแล้วก็ตาม โดยสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่คุณพ่อคุณแม่ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันที เช่น
เด็กมีอาการซึมลง ไม่เล่น ไม่อยากรับประทานอาหารหรือนม
บ่นปวดศีรษะมาก ปวดทนไม่ไหว
มีอาการพูดเพ้อไม่รู้เรื่อง สลับกับการซึมลง หรือเห็นภาพแปลกๆ
ปวดต้นคอ คอแข็ง มีการรับรู้สับสน ซึมลง และอาเจียน
มีอาการสะดุ้งผวา ตัวสั่นๆ แขนหรือมือสั่นบ้าง
มีอาการไอ หายใจเร็ว ดูเหนื่อยๆ หน้าซีด มีเสมหะมาก โดยอาจมีหรือไม่มีไข้ร่วมด้วยก็ได้

การวินิจฉัยและการวินิจฉัยแยกโรค
แพทย์จะทำการวินิจฉัยแยกโรคตามอาการ โดยผู้ป่วยที่มีผื่นที่มือ อาจต้องแยกออกจากโรคผื่นแพ้ โรคอีสุกอีใส ผื่นจากเชื้อไวรัสชนิดอื่นๆ สำหรับโรคมือเท้าปากเปื่อย โดยทั่วไปแพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากอาการและอาการแสดง แต่ถ้าผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนรุนแรง แพทย์อาจทำการส่งตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยัน ซึ่งการตรวจเพิ่มเติมนี้ไม่จำเป็นต้องทำในผู้ป่วยทุกราย ขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์ ได้แก่
การส่งตรวจตัวอย่างสิ่งคัดหลั่งและ/หรืออุจจาระเพื่อหาเชื้อไวรัส (ใช้เวลาประมาณ 1-7 วัน ขึ้นกับวิธีการตรวจ)
การตรวจหายีนของไวรัสด้วยวิธี polymerase chain reaction (PCR)
การเพาะเชื้อไวรัส (virus culture)

การรักษาโรคมือเท้าปากเปื่อย
เนื่องจากในปัจจุบันโรคมือเท้าปากเปื่อยยังไม่มีการรักษาโดยเฉพาะ การรักษาจึงเป็นการรักษาอาการทั่วๆ ไปตามแต่อาการของผู้ป่วย เช่น เจ็บคอมาก รับประทานอะไรไม่ได้ ผู้ป่วยดูเพลียจากการขาดอาหารและน้ำ ก็จะให้พยายามป้อนน้ำ นมและอาหารอ่อน ในรายที่เพลียมากอาจให้นอนรักษาตัวในโรงพยาบาลและให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด ร่วมกับให้ยาลดไข้แก้ปวด และ/หรือหยอดยาชาในปากเพื่อลดอาการเจ็บแผลในปาก ร่วมกับการเฝ้าระวังสังเกตอาการของภาวะแทรกซ้อนทางสมองและหัวใจ เป็นต้น

การป้องกันโรคมือเท้าปากเปื่อย
เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคมือเท้าปากเปื่อย สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลรักษาสุขอนามัยที่ดี โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถป้องกันโรคมือเท้าปากเปื่อย รวมถึงป้องกันอาการแทรกซ้อนที่อาจรุนแรงถึงเสียชีวิตได้โดย
หลีกเลี่ยงการให้เด็กคลุกคลีหรือใกล้ชิดกับผู้ป่วย
รักษาอนามัยส่วนบุคคล โดยเฉพาะผู้เลี้ยงดูเด็กเล็กควรล้างทำความสะอาดมือก่อนหยิบจับอาหารให้เด็กรับประทาน และรับประทานอาหารที่สุก สะอาด ปรุงใหม่ๆ ไม่มีแมลงวันตอม ดื่มน้ำสะอาด
ไม่ใช้ภาชนะในการรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น โดยเฉพาะช้อน จาน ชาม แก้วน้ำ ขวดนม
เมื่อเช็ดน้ำมูกหรือน้ำลายให้เด็กแล้วต้องล้างมือให้สะอาดโดยเร็ว
รีบซักผ้าอ้อมหรือเสื้อผ้าที่เปื้อนอุจจาระให้สะอาดโดยเร็ว และทิ้งน้ำลงในโถส้วม ห้ามทิ้งลงท่อระบายน้ำ
หากเด็กมีอาการของโรคมือเท้าปากเปื่อยให้รีบพาเด็กไปพบแพทย์ และเมื่อแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นโรคมือเท้าปากเปื่อย ต้องให้เด็กหยุดเรียนอย่างน้อย 1 สัปดาห์ หรือจนกว่าแผลจะหาย

ในกรณีที่มีการติดเชื้อโรคมือเท้าปากเปื่อยชนิดที่มีอาการรุนแรงโดยเฉพาะมีการเสียชีวิต เช่น เชื้อเอนเทอโรไวรัส 71 สถานรับเลี้ยงเด็กหรือโรงเรียนอนุบาลอาจจำเป็นต้องใช้มาตรการการป้องกันที่เข้มข้นขึ้น เช่น
การปิดทั้งโรงเรียนเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ทำความสะอาดห้องเรียนและของเล่นต่างๆ
การคัดแยกเด็กป่วยออกตั้งแต่เดินเข้าที่หน้าประตูโรงเรียน
การหมั่นล้างมือ เช็ดถูทำความสะอาดห้องเรียนและของเล่นต่างๆ

สิ่งสำคัญที่สุดคือ คุณพ่อคุณแม่ซึ่งเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับลูกที่สุด จะต้องหมั่นสังเกตอาการ หากลูกมีอาการป่วยที่ผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ทันที





Not Rated stars เฉลี่ย : Not Rated จาก 0 ครั้ง.

บทความทางวิชาการสาสุข5 อันดับล่าสุด

      ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน 2/มี.ค./2559
      ความรู้เกี่ยวกับโรคมือเท้าปากเปื่อย 2/มี.ค./2559
      ความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออก 2/มี.ค./2559